จงฮะ
ระบบวิชาชั้นสูง ซึ่งเป็นระบบวิชาดั่งเดิมแรกเริ่ม ถูกคิดค้นโดย โซยซือ (ปรมาจารย์) หูหม่านกง ในสมัยราชวงศ์โจวตอนปลาย ซึ่งสืบสายมาจากโซยซือฮกหงี ผู้คิดค้นโซยทีโป๊ยข่วย และ ตงทีโป๊ยข่วย ต่อมา นักพรตหู่เต๋าเจี๋ยงได้คิดค้นผังเอ่าทีโป๊ยข่วยขึ้นมา และ จิวบู๊อ๋วงได้นำไปเผยแพร่ จนผู้คนเข้าใจผิดว่า กษัตริย์จิวบู๊อ๋วงเป็นผู้คิดค้นผังเอ่าทีโป๊ยข่วย ต่อจากนั้นมาไม่นาน ปรมาจารย์หูหม่านกง (สืบสายจากพระนัดดาของกษัตริย์จิวบู๊อ๋วง) ได้คิดค้นระบบวิชาหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า “จงฮะ โดยอาศัยการนำเอาหลักวิชาชัยภูมิของกษัตริย์อึ้งตี่ ผสมผสานกับหลักการของโซยทีโป๊ยข่วย ตงทีโป๊ยข่วย และ เอ่าทีโป๊ยข่วย และ หลักการชั้นสูง ซึ่งสืบทอดตามหลักพิชัยสงครามมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ และ ได้สอนแก่บุตรชายทั้งสองของตน โดยแยกออกเป็นวิชาซำง้วน 64 รูปแบบ และ ซาฮะ 24 รูปแบบ คำว่า “จงฮะ ยังหมายถึง การรวบรวมสรรพวิชาโหราศาสตร์จีนเข้าด้วยกันทั้งหมด กล่าวคือ 

  • ระบบดิน ใช้ฮวงจุ้ยซำง้วน 64 ทิศทาง ร่วมกับ ฮวงจุ้ยซาฮะ 24 ทิศทาง
  • ระบบฟ้า ใช้ฤกษ์ยามซำง้วน 64 ข่วย ให้สอดคล้องกับ ฤกษ์ยามในระบบซาฮะ
  • ระบบคน อ่านรูปดวงซ้ำง้วน 64 ข่วย ร่วมกับ ระบบดวงจีนเจี่ยโหงวเฮ้ง

และทั้งหมดนั้นถูกนำมาใช้งานรวมกันอย่างสอดคล้องลงตัว โดยไม่เกิดความขัดแย้ง นอกจากนี้ ระบบวิชาจงฮะยังครอบคลุมระบบฤกษ์ยามชั้นสูงอื่นๆ อาทิเช่น คี้มึ้งตุ่งกะ ไต่ลักหยิ่ม เอี้ยงคิ้ม เต๋าซิ่ว ฯลฯ


ซำง้วน

เป็นวิชาของการใช้เข็มทิศฮวงจุ้ย (หล่อแก) ระบบ 64 ทิศทาง ที่นำแนวคิดของ “อี้จิง” มาผสมผสานที่มีหลักการมาจาก 8 ข่วย ธรรมชาติทั้ง 8 คือ 乾坤巽兑离艮震坎 เคี้ยง คุง สุ่ง ต๋วย ลี้ กึ่ง จิ้ง ขั่ม ได้แก่ 天地风泽火山雷水 ฟ้า ดิน สายลม ทะเลสาบ ไฟ ภูเขา สายฟ้า น้ำ หรือก็คือ 8 ทิศทางหลักแล้วมีการสลับเปลี่ยนหมุนเวียน จนกระทั่งก่อเกิดเป็นกระแสพลัง 64 รูปแบบ หรือที่เรียกว่า “ฮวงจุ้ย 64 ข่วย” ทฤษฎีซำง้วน (ลักจั๊บสี่ข่วย) เป็นศาสตร์ที่โด่งดังในยุคสถาปนาพระราชวัง ณ กรุงปักกิ่ง (กู้กง หรือ พระราชวังต้องห้าม) ที่มีความยิ่งใหญ่ และ กลายเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในเวลาต่อมา

ในปัจจุบัน ทฤษฎีซำง้วน (ลักจั๊บสี่ข่วย) ได้มีผู้นำมาใช้งาน แต่ความรู้ และ ความเชี่ยวชาญ ยังมีอยู่น้อยมาก เนื่องจาก ทฤษฎีมีความสลับซับซ้อนมากมาย เพราะว่า การผสมผสานที่เกิดขึ้นในแต่ละ “ข่วย” ก็มีความหมายที่แตกต่างกัน และ ความพิเศษของแต่ละ “ข่วย” มีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ ทฤษฎีซำง้วน (ลักจั๊บสี่ข่วย) ยังว่าด้วยเรื่องของกระแสพลังที่มีกาลเวลาเป็นตัวกำหนดว่า ดี หรือ ร้าย อย่างไร ดังนั้น การนำทฤษฎีซำง้วน (ลักจั๊บสี่ข่วย) มาใช้ ต้องคำนึงถึงหลักการที่มีความสอดคล้องของกระแสพลัง ซึ่งจะส่งผลได้อย่างชัดเจน และ รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นผลดี หรือ ผลเสียอันเกิดขึ้นจาก “ชัยภูมิ 8 ทิศทางข่วย” อันประกอบด้วย เคี้ยง ต๋วย ลี้ จิ้ง สุ่ง ขั่ม กึ่ง คุง ที่จะส่งผลต่อบุคคลที่อยู่อาศัยในทำเลที่ตั้งดังกล่าวว่าจะเป็นเช่นไรโดยใช้หลักของซำง้วน 6 กฏ (ลิ่วฝา หรือ ลักฮวบ) เป็นเครื่องพิจารณา ทั้งนี้ระบบวิชาซำง้วน มีระบบ ฟ้า ดิน คน เป็นของตนเอง อันได้แก่

  • ระบบดิน ฮวงจุ้ยซำง้วน 64 ทิศทาง
  • ระบบฟ้า ฤกษ์ยามซำง้วน 64 ข่วย
  • ระบบคน ดวงซำง้วน 64 ข่วย

โดยทั้งหมดนั้น ต้องพิจารณาซำง้วน 6 กฏ ควบควบคู่กับการใช้งานรวมเรียกว่าซำง้วนลักหวบ


ซาฮะ
เป็นวิชาของการใช้เข็มทิศฮวงจุ้ย (หล่อแก) ระบบ 24 ทิศทาง ที่ใช้ในการหาทิศทาง ที่สืบต่อกันมาหลายพันปี ซึ่งมักจะเกี่ยวข้องกับการสร้างบ้าน ที่อยู่อาศัย ทำเลที่ตั้งของร้านค้า สุสานบรรพบุรุษ โดยอาศัยหลักการทางธรรมชาติ หรือที่เรารู้จักกัน ก็คือ “เบญจธาตุ” ซึ่งประกอบไปด้วย 土 金 水 木 火 ธาตุดิน ธาตุทอง ธาตุน้ำ ธาตุไม้ ธาตุไฟ สามารถนำมาคำนวณหาตำแหน่งที่ดี-ร้ายที่เกิดขึ้นจาก “กระแสน้ำเข้า – กระแสน้ำออก” รวมถึงการพยากรณ์สภาพแวดล้อม และ พยากรณ์ “ตามหลักชัยภูมิของ 4 ทิศทางสัตว์เทพ” อันประกอบด้วย มังกรเขียว เสือขาว เต่าดำ และ งู หงส์แดง ซึ่งจะส่งผลต่อบุคคลที่อยู่ อาศัยในทำเลที่ตั้งดังกล่าวว่าจะเป็นเช่นไร นอกจากนี้ ความสำคัญของทฤษฏีซาฮะ ที่มักจะนำมาใช้กัน ก็คือ การเลือกทำเลที่ตั้งอย่างไร เพื่อให้มีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งจะนำไปสู่การดำรงชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีหลักการมาจากการทำปฏิกริยา

ไตรภาคีของราศีดิน 4 กลุ่ม

  • 亥卯未木局
  • 寅午戌火局
  • 巳酉丑金局
  • 申子辰水局

กลุ่มธาตุไม้ กลุ่มธาตุทอง กลุ่มธาตุไฟ กลุ่มธาตุน้ำ ผสานแนวคิดของ ฟ้า ดิน คน และ ปฏิกริยาของระบบ 28 ดาวฤกษ์ จนกระทั่งก่อเกิดเป็นกระแสพลัง 24 รูปแบบ ทั้งนี้ระบบวิชาซาฮะ มีระบบ ฟ้า ดิน คน เป็นของตนเอง อันได้แก่

  • ระบบดิน ฮวงจุ้ยซาฮะ 24 ทิศทาง
  • ระบบฟ้า ฤกษ์ยามระบบธาตุแท้
  • ระบบคน ดวงระบบธาตุแท้ หรือเรียกว่า เจี่ยโหงวเฮ้ง

โดยทั้งหมดต้องพิจารณาซาฮะ 5 กฏ ควบคู่กับการใช้งาน รวมเรียกว่า ซาฮะโหงวหวบ


เต๋าซิ่ว 7 ชั้น
ระบบวิชาฤกษ์ยามชั้นสูง ซึ่งมีระบบคัดกรองฤกษ์ถึง 7 ชั้น อันได้แก่

ฟ้า ดิน คน ยุค เจ้า ชะตา ดวง ซึ่งรูปดังกล่าวมีการใช้พิจารณาควบคู่กับระบบ 24 ทิศทาง แล้วซังซัว (เขาคู่) แปลงธาตุออกเป็น 5 ธาตุ รวมไปถึงการพิจารณาราศีบนที่เกิดการภาคีแปลงธาตุ อันได้แก่

  • 甲己属土
  • 乙庚属金
  • 丙辛属水
  • 丁壬属木
  • 戊癸属火

นอกจากนั้น ยังมีการใช้ราศีแฝง และ ธาตุนับอิม 60 กะจื้อ มาใช้พิจารณารูปฤกษ์ด้วย ทั้งหมดจะใช้ปฏิกริยา

ปฏิกริยา 五曜

ก่อเกิดเรา พิฆาตเรา เราก่อเกิด เราพิฆาต ธาตุเดียวกับเรา มาพิจารณาผลดี-ร้าย ซึ่งสามารถบอกได้ว่า ทิศทางใดเมื่อกระทำการแล้วจะเกิดผลดี-ร้าย และ จะส่งผลดี-ร้าย แก่ใคร ได้รับความร่วมมือ ความช่วยเหลือ จากใครบ้าง จะเกิดผลใดกับเจ้าชะตา เช่น ได้โชคลาภ การเงิน สุขภาพ หน้าที่การงาน เมื่อกระทำการตามฤกษ์ดังกล่าว


คี้มึ้งตุ่งกะ
ระบบวิชาฤกษ์ยามชั้นสูง ซึ่งแบ่งออกเป็น


8 ประตู

  • 开门
  • 休门
  • 生门
  • 伤门
  • 杜门
  • 景门
  • 死门
  • 惊门

อันได้แก่ ประตูเปิด ประตูปิด ประตูตาย ประตูเป็น ประตูตระหนก ประตูบาดหมาง ประตูมายา ประตูสกัด ในชั้นสูงอาจแยกออกเป็น 24 ประตู และ 64 ประตู แต่ละประตูมีความดี-ร้าย แตกต่างกัน แบ่งออกเป็น ภพฟ้า และ ภพดิน ภพฟ้า จะบ่งบอกว่า ปี เดือน วัน เวลาใด ทิศทางใด จะเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น เมื่อไหร่ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า และ ปรากฏการณ์ทางพิธีกรรม เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง ฝูงนกบินมาวนรอบ แผ่นดินไหว อากาศร้อนแรง พายุ ลมหมุน เมฆหมอกหนาทึบ คลื่นลมเปลี่ยนทิศทาง ฯลฯ ภพดิน จะบ่งบอกว่า ปี เดือน วัน เวลา เหตุการณ์ทิศทางใด ดี-ร้าย อุบัติเหตุ เรื่องหลอกลวง เรื่องบาดหมาง เรื่องผิดหวัง เรื่องสำเร็จ การเริ่มต้นไปในทางที่ดี เรื่องอุปสรรค ฯลฯ โดย ภพฟ้า (ทีปั๊ว) และ ภพดิน (ตี่ปั๊ว) พิจารณาจากการเดินของกลุ่มดาวอัจฉริยะ 三奇 หรือ ทำปฏิกริยากับดาว 9 ดวง และ 8 ดาวเทพ

กลุ่มดาวซำคี้

  • 乙 丙 丁
  • 戊 己 庚
  • 辛 壬 癸

8 ดาวเทพ

  • 陈  雀
  • 地  天  
  • 符  蛇 
  • 阴  合

ดาว 9 ดวง

  • 天心   天任   天辅
  • 天芮   天柱   天禽  
  • 天英   天冲   天蓬 

และ 阴局 阳局 อิมเก็ก เอี้ยงเก็ก เข้ามาทำปฏิกริยา


ไต่ลักหยิ่ม
ระบบวิชาฤกษ์ยามชั้นสูง ซึ่งมีความสำคัญ และ ประสิทธิภาพในอันดับต้นๆ ควบคู่กับวิชาคี้มึ้งตุ่งกะ มีองค์ประกอบของวิชา คือ รูปฤกษ์แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ โดยใช้ราศีบนเป็นฐานแบ่งออกเป็นสามภพ คือ ภพต้น ภพกลาง ภพปลาย พิจารณาร่วมกับระบบ 24 ทิศทาง แล้วซังซัว (เขาคู่) เป็น 12 ภพ 12 ภพนั้นมี ภพฟ้า และ ภพดิน นอกจากนั้นแล้ว ยังต้องนำเอาความดี-ร้าย ของ

12 ดาวเทพ

  • 腾蛇
  • 勾陈
  • 朱雀
  • 天空
  • 玄武
  • 白虎
  • 贵人
  • 青龙
  • 太常
  • 天后
  • 太阴
  • 六合

ดาวอุปถัมภ์ ดาวงู ดาวหงษ์แดง ดาวสมพงษ์ ดาวศักดิ์ศรี ดาวมังกรเขียว ดาวฟ้าว่าง ดาวเสือขาว ดาวไทเฮา ดาวเต่าดำ ดาวพระจันทร์ ดาวราชินี มาใช้พิจารณาร่วมกับรูปฤกษ์อีกด้วย ภพฟ้า จะบ่งบอกว่า ปี เดือน วัน เวลาใด ทิศทางใด จะเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติ เช่น เมื่อไหร่ฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า และ ปรากฏการณ์ทางพิธีกรรม เช่น ฝนตก ฟ้าร้อง ฝูงนกบินมาวนรอบ แผ่นดินไหว อากาศร้อนแรง พายุ ลมหมุน เมฆหมอกหนาทึบ คลื่นลมเปลี่ยนทิศทาง ฯลฯ ภพดิน จะบ่งบอกว่า ปี เดือน วัน เวลา เหตุการณ์ทิศทางใด ดี-ร้าย อุบัติเหตุ เรื่องหลอกลวง เรื่องบาดหมาง เรื่องผิดหวัง เรื่องสำเร็จ การเริ่มต้นไปในทางที่ดี เรื่องอุปสรรค ฯลฯ


เอี้ยงคิ้ม 7 ยุค 4 ขุนพล
ระบบฤกษ์ยามชั้นสูง ซึ่งใช้ดาวฤกษ์ทั้ง 28 ดวง

  • 房 虚 昴 星
  • 张 心 危 毕
  • 翼 室 嘴 尾
  • 亢 牛 鬼 妻
  • 氐 女 胃 柳
  • 轸 壁 箕 参
  • 角 奎 井 斗

จะถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม คือ กลุ่มเหนือ กลุ่มใต้ กลุ่มตะวันออก กลุ่มตะวันตก แต่ละกลุ่มจะมีดาว 7 ดวง ดาวย่อยนั้นจะมีการแทน 5 ธาตุ ซึ่งต้องนำเอาฤดูกาลมาใช้พิจารณากำลังของดาว และ ดาวทั้ง 7 ดวงจะถูกแทนด้วยยุค ซึ่งมีทั้งหมด 7 ยุค แต่ละยุคจะมีขุนพลเริ่มแรกโดยใช้เทพจิงซิ้งทั้ง 4 คือ

  • 甲子
  • 甲午
  • 己酉
  • 己卯

และ แต่ละกลุ่มดาวจะมี 12 วัง ใน 12 วังแบ่งออกเป็น 3 ภพ คือ ภพต้น ภพกลาง ภพปลาย ซึ่งใช้พิจารณาร่วมกับพิจารณาควบคู่กับระบบ 24 ทิศทาง แล้วซังซัว (เขาคู่) เป็น 12 ภพ การเดินพลังนั้นจะเดินดาวเข็มแบบก้าวกระโดด ซึ่งสามารถบอกได้ว่า ทิศทางใดเมื่อกระทำการแล้วจะเกิดผลดี-ร้าย และ จะส่งผลดี-ร้าย แก่ใคร ได้รับความร่วมมือ ความช่วยเหลือ จากใครบ้าง จะเกิดผลใดกับเจ้าชะตา เช่น ได้โชคลาภ การเงิน สุขภาพ หน้าที่การงาน เมื่อกระทำการตามฤกษ์ดังกล่าว


ชัยภูมิ

วิชาชัยภูมิ เป็นวิชาที่เกิดขึ้นในสมัยกษัตรย์อึ้งตี่ ปรมาจารย์ได้นำมาคิดค้น และ ใช้งานร่วมกับระบบวิชาฮวงจุ้ยจงฮะ เรียกว่า ชัยภูมิจงฮะ หากแบ่งแยกออกมาเป็น 2 ระบบ จะได้แก่ ชัยภูมิ 4 สัตว์เทพ อันได้แก่

  • 玄武
  • 朱雀
  • 白虎
  • 青龙

เต่าดำ กระจิบแดง เสือขาว มังกรเขียว ซึ่งใช้ควบคู่กับระบบวิชาฮวงจุ้ยซาฮะ 24 ทิศทาง

ส่วนชัยภูมิ 8 ข่วย อันเกิดจากการพิจารณาเส้นขาด และ เส้นเต็มของข่วย ทั้ง 8 ซึ่งก็คือ ธรรมชาติทั้ง 8 อันได้แก่ ข่วย

เคี้ยง คุง สุ่ง ต๋วย ลี้ กึ่ง จิ้ง ขั่ม ใช้ควบคู่กับระบบวิชาซำง้วน 64 ทิศทาง นอกจากนี้แล้ว วิชาชัยภูมิยังถูกแบ่งออกเป็น 2 อย่าง คือ ชัยภูมิอิมแทะ คือ ชัยภูมิสำหรับสุสาน ชัยภูมิเอี้ยงแทะ คือ ชัยภูมิสำหรับบ้านพักอาศัย การศึกษาวิชาชัยภูมิเป็นสิ่งยากอธิบาย เนื่องจากต้องศึกษาจากสถานที่จริง อีกทั้งยังต้องอาศัยผู้สำเร็จจริงเป็นผู้ชี้แนะสั่งสอน ปรมาจารย์ผู้บรรลุวิชาชัยภูมิสามารถกำหนดความเจริญรุ่งเรือง และ เสื่อมถอย ของบริเวณนั้นๆ รวมทั้งผลกระทบอันก่อให้เกิดปฏิกริยาดี-ร้าย รวมไปถึงนิสัยใจคอ ความยากดีมีจน ความเจ็บไข้ รูปร่างหน้าตา พฤติกรรม ฯลฯ ของผู้อาศัยในบริเวณนั้นได้อย่างอัศจรรย์ แม้ไม่เคยไปในสถานที่เลยก็ตาม


หล่อแก (เข็มทิศฮวงจุ้ย)

เข็มทิศถูกสร้างขึ้นในครั้งแรกในโลกในสมัยราชวงศ์โจว (แต่ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในยุคการสงครามสามก๊ก เพื่อหาทิศทางที่จะเดินทางไปต่อสู้กับข้าศึก เนื่องจาก สภาพภูมิอากาศแปรปรวน) ต่อมา ปรมาจารย์หู่หม่านกงได้คิดค้นวิชา “ฮวงจุ้ยระบบจงฮะ” ขึ้นมา ได้นำเอาหลักวิชาชัยภูมิมาใช้งานร่วมกับทิศทาง โดยพิจารณากระแสของพลังงานขี่ ที่สอดคล้องกับรูปดวงชะตาของบุคคล ทั้งคนเป็น และ คนตาย เพื่อให้ส่งผลดี และ นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่บ้านเรือน และ สุสาน รวมทั้งกำหนดทิศทางที่สอดคล้องกับการใช้ระบบฤกษ์ยามอีกด้วย ในครั้งแรกนั้นใช้แผ่นทองเหลืองสี่เหลี่ยม แกะสลักเป็นตัวอักษรจีน และ วางเข็มทิศไว้ตรงกลาง ในตอนหลังได้มีผู้คิดค้นโดยใช้แผ่นไม้กระดานวงกลม แกะเป็นอักษรจีน กำหนดทิศทางแบ่งออกเป็น 8 ทิศทางตามข่วย 24 ทิศทางตามระบบซาฮะ และ 64 ทิศทางตามระบบซำง้วน รวมไปถึงรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ของแต่ละวิชา เช่น ง้าว หรือ ฮุงกิม ฯลฯ  

เข็มทิศ หรือ หล่อแก อาจแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ถึง 3 ประเภท คือ

เข็มทิศตามระบบซาฮะ 24 ทิศทาง คือ มีทิศทางของวงดิน วงคน วงฟ้า วงดาวเทพ อย่างละ 24 ทิศ รวมไปถึง 60 มังกรของวงดิน วงคน วงฟ้า 72 มังกร ฮุงกิม (120 มังกร) ของวงดิน วงคน วงฟ้า วง 28 ดาวฤกษ์ วงจูป้อ วงบุ่งที ฯลฯ

เข็มทิศตามระบบซำง้วน 64 ทิศทาง คือ มี วง 8 ข่วยโซยที วง 8 ข่วยอ่าวที วงข่วยนอก วงขี่นอก วงขี่ใน วงข่วยใน วงดาว 9 ดวง วงข่วยเหนือ ใต้ ออก ตก วงข่วยพ่อ แม่ ฟ้า ดิน คน วงง้าวดี-ร้าย ฯลฯ

เข็มทิศตามระบบจงฮะ คือ เข็มทิศที่รวมทั้งระบบซาฮะ และ ระบบซำง้วนเข้าด้วยกัน

พิพิธภัณฑ์หล่อแก ของ Sages Academy

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *